หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พรปีใหม่แด่...ทุกท่าน

ส.ค.ส.ปี พ.ศ.๒๕๕๕
Merry Christmas and Happy New Year




                                            
                                            สวัสดีปีใหม่
                                    ขออำนาจคุณพระรัตนตรัย
                                    อำนวยชัยแด่ทุกท่านวันปีใหม่
                                    จงประสบสุขสมหวังดังใจ
                                    กอร์ปกิจใดขอให้เจริญไกล
                                    ขอแม่กวนอิมพระโพธิสัตว์
                                    ช่วยขจัดทุกข์โศกแลโรคภัย
                                    สิ่งเลวร้ายทั้งหลายจงหายไป
                                    ขอสิ่งใดดีจงมีแด่ท่านเทอญ
                                           .............
                                    

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การเห็นประโยชน์ของศีล





ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
สวัสดีค่ะ  ท่านผู้ใฝ่ใจในธรรมทุกท่าน

เรื่องเกี่ยวกับการถือศีล  การรักษาศีลและการมีศีลนั้น  ก็จะต้องเป็นผู้ที่เห็นคุณประโยชน์ของศีลก่อน  จะต้องเป็นผู้เห็นโทษของการมีความประพฤติทางกายไม่ดี  และเป็นผู้มีวาจาไม่ดี  แล้วจึงจะมีการเพียรที่จะเห็นประโยชน์ของการรักษาศีล คือ เว้นจากการฆ่า การทำร้ายและเบียดเบียนผู้อื่น.....เว้นจากการละเมิดสิ่งของ ๆ ผู้อื่นที่ไม่ได้ให้......เว้นจากการล่วงเกินภรรยา สามี หรือลูกของผู้อื่น.....  เว้นจากการพูดคำหยาบคาย  คำพูดที่ไม่จริง มุสาวาท  คำพูดส่อเสียดและคำพูดที่ไร้สาระ เพ้อเจ้อ......เว้นจากการดื่มสุราและเสพของมึนเมา.....ขณะใดที่วิรตีเจตสิกเกิดขึ้น ก็จะทำหน้าที่วิรัติ (งดเว้น) จากการประพฤติไม่ดีทางกายและทางวาจา  การที่มีวิรัติทุจริตทางกายและทางวาจา  ก็เพราะเหตุว่าเห็นประโยชน์ของศีล  ไม่ใช่เพื่อคำสรรเสริญเยินยอจากบุคคลอื่น

ศีลจะบริสุทธิ์ได้ด้วยเหตุ ๔ ประการดังนี้
โดยความบริสุทธิ์แห่งอัธยาศัย ๑
โดยการสมาทาน ๑
โดยการก้าวล่วง ๑
โดยการกระทำให้เป็นปรกติ เมื่อมีการก้าวล่วง ๑

๑.โดยความบริสุทธิ์แห่งอัธยาศัย.....บุคคลบางท่านมีตนเป็นใหญ่  เพราะเหตุว่ามีอัธยาศัยบริสุทธิ์ รังเกียจบาป ยังหิริให้ปรากฏภายในจิต  แล้วมีสมาจาร (ความประพฤติ)บริสุทธิ์ด้วยดี

๒.ศีลบริสุทธิ์โดยการสมาทาน.....บุคคลบางท่านเมื่อมีการสมาทาน  ถือโลกเป็นใหญ่ มีความสะดุ้งต่อบาป ยังโอตัปปะให้ปรากฏแก่จิต  เป็นผู้มีสมาจาร (ความประพฤติ) บริสุทธิ์ด้วยดี

๓.ศีลบริสุทธิ์โดยการก้าวล่วง.....บุคคลมีศีลบริสุทธิ์เพราะไม่ล่วงแม้ทั้ง ๒ อย่าง คือ ทางกายและทางวาจา

๔.ศีลบริสุทธิ์โดยทำให้เป็นปรกติ เมื่อมีการก้าวล่วง.....บางครั้งหลงลืมสติไป  ศีลก็พึงขาดไปเป็นต้น  ก็มีการกระทำศีลที่ขาดไปนั้น ให้เป็นปรกติโดยเร็ว  ด้วยการอยู่กรรมเป็นต้น  เพื่อความถึงพร้อมแห่งหิริโอตตัปปะ  ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น

อรรถ (ความหมาย) ของศีลหรือสีลน แปลความหมายได้หลายอย่างดังนี้....
อรรถที่ว่าสีลน   เพราะเป็นมูลราก คือเป็นเบื้องต้นของกุศล
อรรถที่ว่าสีลน   เพราะรวบรวม  คือไม่กระจัดกระจาย  หมายเอากรรมในทวาร ๖  มีกายกรรมและวจีกรรมเป็นต้น
อรรถที่ว่าสีลน   เพราะเป็นที่รองรับ  คือรองรับกุศลเบื้องสูง
อรรถที่ว่าสีลน   เพราะเป็นที่ตั้งมั่นด้วยดี  เป็นที่ตั้งมั่นของกุศลที่เป็นเบื้องสูง

อานิสงส์ของศีล
๑. เป็นผู้ไม่เสื่อมจากโภคะ
๒. เป็นผู้มีชื่อเสียงเกียรติยศจขรขจายไปไกล ด้วยอำนาจแห่งคุณความดี
๓. เป็นผู้ไม่เก้อเขินเมื่อเข้าสู่บริษัท
๔. เป็นผู้ไม่หลงกระทำกาลกิริยา
๕. เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว  ย่อมมีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า

สำหรับบทความนี้ หากมีข้อความใดผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขอกราบขอขมาพระรัตนตรัย และขออโหสิกรรมจากทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย....อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ