หน้าเว็บ

Follow by Email

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2554

อบายมุขหมายถึงอะไร



 
ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย
สวัสดีค่ะ  ท่านผู้สนใจในธรรมทุกท่าน

อบายมุข หมายถึง ช่องทางแห่งความเสื่อมความฉิบหาย เป็นเหตุแห่งความวิบัติย่อยับเสื่อมเสียโภคทรัพย์และอื่น ๆ อีกมากมาย อบายมุขแบ่งเป็น ๖ ประการ


อบายมุข ๖  ทางแห่งความเสื่อมเสียย่อยยับ ๖  ประการ  ได้แก่

๑.  การติดสุราและของเสพติดมึนเมา  มีโทษ ๖  อย่าง  คือ
     ๑.๑   เสียทรัพย์สิน
     ๑.๒. ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท
     ๑.๓. ทำลายสุขภาพ
     ๑.๔. ทำลายและเสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติยศ
     ๑.๕. เป็นผู้ไม่มีความละอาย
     ๑.๖. บันทอนกำลังปัญญา

๒. การชอบเที่ยวกลางคืน  มีโทษ ๖  อย่าง  คือ
    ๒.๑.  เป็นการไม่รักษาตนรักชีวิต
    ๒.๒.  เป็นการไม่รักษาครอบครัว ลูกและภรรยา
    ๒.๓.  เป็นการไม่รักษาทรัพย์
    ๒.๔.  เป็นที่ระแวงของสังคม เป็นผู้ต้องสงสัย
    ๒.๕.  เป็นเป้าหมายให้ผู้อื่นใส่ร้ายในทางไม่ดีได้
    ๒.๖.  เป็นเหตุนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ตนเองและครอบครัว

๓. การชอบดูการละเล่น  มีโทษ ๖  อย่าง  คือ
    ๓.๑.  อยู่ไม่ได้ มีการเต้นรำที่ไหนต้องไปที่นั่น
    ๓.๒.  อยู่ไม่ได้ มีขับร้องที่ไหนต้องไปที่นั่น
    ๓.๓.  อยู่ไม่ได้ มีดีดสีตีเป่าที่ไหนต้องไปที่นั่น
    ๓.๔.  อยู่ไม่ได้ มีเสภาที่ไหนไปที่นั่น
    ๓.๕.  อยู่ไม่ได้ มีเพลงที่ไหนต้องไปที่นั่น
    ๓.๖.  อยู่ไม่ได้ มีเถิดเทิงที่ไหนต้องไปที่นั่น

๔. การติดการพนัน เป็นนักพนัน ชอบเล่นการพนัน มีโทษ ๖ อย่าง  คือ
    ๔.๑.  เมื่อชนะย่อมก่อเวร
    ๔.๒.  เมื่อแพ้ก็เกิดการเสียดายทรัพย์ที่เสียไป
    ๔.๓.  เมื่อเสียทรัพย์หมดไปเห็นได้ชัด
    ๔.๔.  เมื่อเข้าที่ประชุม ไม่มีใครเชื่อในถ้อยวาจาที่กล่าว
    ๔.๕.  เป็นที่หมิ่นประมาทของเพื่อนฝูง
    ๔.๖.  ไม่เป็นที่ประสงค์ของผู้ที่จะหาคู่ครอง เพราะเห็นว่าเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ

๕. การคบคนชั่วเป็นมิตร  ทำให้เกิดโทษ ๖  อย่าง  คือ
    ๕.๑.  คบนักการพนัน                        ๕.๔  คบนักลวงของปลอม
    ๕.๒.  คบนักเลงผู้หญิง                      ๕.๕. คบนักหลอกลวงต้มตุ๋น
    ๕.๓.  คบนักเลงเหล้า                        ๕.๖. คบนักเลงหัวไม้

๖. การเกียจคร้านการทำงาน  มีโทษ ๖  อย่าง  คือ
    ๖.๑.  มักอ้างหนาวนักแล้วไม่ทำงาน     ๖.๔.  มักอ้างยังเช้าอยู่แล้วไม่ทำงาน
    ๖.๒.  มักอ้างเย็นนักแล้วไม่ทำงาน       ๖.๕.  มักอ้างว่าหิวกระหายแล้วไม่ทำงาน
    ๖.๓.  มักอ้างร้อนนักแล้วไม่ทำงาน       ๖.๖.  มักอ้างอิ่มนักแล้วไม่ทำงาน

ช่องทางแห่งความเสื่อมย่อยยับฉิบหายเหล่านี้  เป็นเหตุให้เกิดความทุกข์กายทุกข์ใจอย่างยิ่ง  ฉะนั้นบุคคลผู้ทราบโทษของอบายมุข ๖ แล้ว..... พึงควรที่จะละเว้นเสีย เพื่อความสุขความเจริญยิ่งแห่งชีวิต

บทความนี้หากมีข้อความใดผิดพลาดประการใด  ผู้เขียนขอกราบขอขมาแด่พระรัตนตรัย  และขออโหสิกรรมจากผู้อ่านทุกท่าน ไว้ ณ ที่นี้ด้วย......ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน